ชีวประวัติ

านวันสุนทรภู่ 26 มิ.ย.

ห้องภาพสุนทรภู่

ตามรอยมหากวี1

ตามรอยมหากวี2

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ร่วมบันทึกสดุดี
ผลงานนิราศ

ผลงานนิทาน

ผลงานสุภาษิต ผลงานบทละคร ผลงานบทเสภา ผลงานบทเห่กล่อม

แผนที่อนุสาวรีย์สุนทรภู่

บทกลอนสอนหญิง

              งามอื่นหมื่นแสนสักเท่าใด

ไม่งามเหมือนงามใจไม่แกล้งว่า

หญิงดีย่อมมีซึ่งอัชฌา

กิริยานั้นเป็นใหญ่ตั้งใจทำ

(สุนทรภู่)

 > กลับหน้าแรก สุนทรภู่
เรื่องที่ค้นพบใหม่เกี่ยวกับ “สุนทรภู่”

 เรื่องที่ค้นพบใหม่เกี่ยวกับ “สุนทรภู่”

            “สุนทรภู่” เป็นกวีของไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีผลงานนิพนธ์ไว้มากมาย  จนได้รับการเรียกขานต่างๆ  เช่น  รัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์  กวีเอกของไทย  บรมครูกลอนตลาดแห่งกรุงสยาม   เป็นต้น  ซึ่งชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นการยกย่องในความเป็นเลิศและความสามารถในกวีนิพนธ์ของท่านทั้งสิ้น  ผลงานของท่านมีทั้งประเภทนิราศ นิทาน สุภาษิต  เสภา บทละครและบทเห่กล่อม  และด้วยผลงานเหล่านี้นี่เองที่ทำให้องค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ท่านเป็น บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก ในวาระครบรอบ ๒๐๐ปีเกิดของท่านเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๙  ที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าท่านเป็นสามัญชนคนแรกของไทยที่ได้รับเกียรตินี้    

            ชีวประวัติและผลงานเดิมของท่านได้รับการเผยแพร่จนเป็นทราบกันโดยทั่วไป อย่างไรก็ดี  จากการศึกษาค้นคว้าชีวิตและผลงานของสุนทรภู่มาเป็นเวลานานถึง ๓๘ ปี (..๒๔๙๕-๒๕๓๓ )ปรากฏว่านายเทพ สุนทรศารทูล ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมท่านหนึ่ง ได้นำเสนอ “ชีวประวัติของพระสุนทรโวหาร  (ภู่ ภู่เรือหงส์  เมื่อปีพ..๒๕๓๓ ที่ผ่านมา อันเป็นวิทยานิพนธ์โดยพิสดารเผยแพร่ประวัติของท่านสุนทรภู่ที่เพิ่งพบใหม่หลายประการ  ซึ่งหากใครสนใจในรายละเอียดก็ไปค้นอ่านได้ แต่ในโอกาส “วันสุนทรภู่”   ที่ ๒๖   มิถุนายน  ๒๕๔๘  อันเป็นวันครบรอบ    ๒๑๙ ปีเกิด  ที่จะถึงนี้  กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  กระทรวงวัฒนธรรมจะคัดลอกบางเรื่องมาบอกกล่าวเพื่อเป็นความรู้และประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องราวของท่านสุนทรภู่ต่อไป ดังนี้

            -ตำแหน่งของสุนทรภู่ เป็น หลวงสุนทรโวหาร มิใช่ ขุนสุนทรโวหารตามที่เคยว่ากัน เพราะในทำเนียบนามบรรดาศักดิ์ไม่มีตำแหน่ง ขุน มีแต่ หลวง

            -บิดาสุนทรภู่ชื่อ ขุนศรีสังหาญ  (พลับตำแหน่งปลัดกรมขวาศักดินา ๓๐๐ไร่

            -จากการค้นคว้าได้พบว่า บทกวีเดิมที่มิใช่สุนทรภู่แต่งมี ๕ เรื่อง แต่เป็นผลงานของศิษย์ของท่าน คือ สุภาษิตสอนหญิง เป็นของนายภู่ จุลละภมร   นิราศพระแท่นดงรัง เป็นของเสมียนมี  มีระเสน  นิราศวัดเจ้าฟ้า ของนายพัด ภู่เรือหงส์ (ลูกชายสุนทรภู่) นิราศอิเหนา ของกรมหลวงภูวเนตรนรินทร์ฤทธิ์ และบทละครเรื่องพระอภัยนุราช เป็นของพระยาเสนาภูเบศร์ (ใส สโรบลนอกจากนี้นายเทพ ยังพบผลงานใหม่ของท่านสุนทรภู่อีก  ๕ เรื่องคือ เพลงยาวรำพรรณพิลาป(แต่งถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ซึ่งกล่าวว่าเป็นเพลงยาวสังวาสที่ยาวที่สุดในโลก-เพลงยาวสังวาสคือเพลงยาวที่แต่งเกี้ยวกันเพลงยาวสุภาษิตโลกนิติ  ตำรายาอัฐกาล(ตำราบอกฤกษ์ยามเดินทางสุบินนิมิตคำกลอน  และตำราเศษนารี(เป็นตำราบอกลักษณะนารีถึงคุณลักษณะ และวาสนานารีสำหรับชายหนุ่มเลือกคู่)

            ที่กล่าวว่าสุภาษิตสอนหญิงมิใช่สุนทรภู่แต่ง แต่เป็นของนายภู่ จุลละภมร ศิษย์สุนทรภู่นั้น  นายเทพให้ข้อสังเกตว่าเพราะชื่อภู่เหมือนกัน แต่เรื่องที่นายภู่แต่งจะมีบทไหว้ครูทุกเรื่อง  ผิดกับท่านสุนทรภู่ที่แต่งกลอนจะไม่เคยมีบทไหว้ครูเลย

-เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยสวรรคต  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์  สุนทรภู่กลัวภัยที่เคยได้ล่วงเกินพระองค์มาก่อน จึงได้หนีไปบวชที่วัดอรุณฯ ในนามหลวงสุนทรโวหารนอกราชการ ไม่เคยถูกถอดยศหรือปลดตำแหน่งใดเลย  และตลอดระยะเวลาที่บวชอยู่ ๒๗ พรรษา รัชกาลที่ ๓  ก็ไม่เคยแตะต้องข้องแวะกับสุนทรภู่ นอกจากนี้พระองค์เจ้าลักขณานุคุณและกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระโอรสธิดาในรัชกาลที่ ๓ ยังให้ความอุปการะแก่สุนทรภู่ด้วยซ้ำ  ซึ่งหากพระองค์ถือโทษโกรธเคืองสุนทรภู่ ดังที่หลายคนอ่านบทกลอนของสุนทรภู่แล้วเข้าใจผิด ในฐานะพระเจ้าแผ่นดิน  สุนทรภู่คงจะไม่พ้นพระราชอาญาแล้ว  แต่พระองค์ทรงพระคุณธรรมประเสริฐยิ่ง  จึงไม่เคยลงโทษสุนทรภู่แต่อย่างใดเลย

นอกจากนี้ นายล้อม เพ็งแก้ว  นักวิชาการแห่งเมืองเพชรบุรีก็เคยเสนอบทความเรื่อง   สุนทรภู่ : บรรพชนเป็น“พราหมณ์เมืองเพชร” โดยศึกษาจากนิราศเมืองเพชรฉบับตัวเขียน อันถือว่าเป็นข้อมูลใหม่  และยังไม่มีข้อยุติ  เพราะแต่เดิมมีการสันนิษฐานว่า สุนทรภู่น่าจะเป็นชาวเมืองแกลง จังหวัดระยองทางเชื้อสายพ่อ

            ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม  จากชีวประวัติของสุนทรภู่ หากจะเว้นในเรื่องเมาสุรา  ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนแล้ว  เราจะพบว่าผลงานกวีนิพนธ์ของท่านนั้นมีความโดดเด่น มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ข้อวิเศษของท่านที่ต่างจากกวีอื่นคือ กระบวนกลอนและสำนวนกลอนอย่างปากตลาดที่หาผู้ใดเสมือนได้ยาก ท่านนับเป็นกวีคนแรกที่ตั้งแบบกลอนสุภาพขึ้น  จนผู้อื่นนำไปเป็นแบบอย่างและแต่งกันแพร่หลายมาจนทุกวันนี้  ท่านเป็นผู้ริเริ่มเล่นสัมผัสใน ทำให้กลอนสุภาพมีความไพเราะเพราะพริ้งมากขึ้น  และถือเป็นแบบอย่างต่อมาจนปัจจุบัน 

            กวีนิพนธ์ของสุนทรภู่ นอกจากจะมีความไพเราะแล้วยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีในสมัยก่อนได้ดี  โดยเฉพาะการสอดแทรกสุภาษิตคำคมทั้งทางโลกและทางธรรม    อันเป็นข้อคิดและคติสอนใจแก่ผู้อ่านที่เป็นสัจธรรมและยังร่วมสมัยอยู่เสมอ   ซึ่งจะขอยกตัวอย่างมาเป็นบางเรื่อง  ดังนี้

            เพลงยาวถวายโอวาท  สุนทรภู่แต่งถวายสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลาและเจ้าฟ้าอาภรณ์  เป็นสุภาษิตสอนใจ ซึ่งเป็นที่จดจำและมีผู้นำไปกล่าวอ้างกันอยู่เสมอด้วยว่ามีคติสอนใจที่ดี  เช่น  “คำโบราณท่านว่าเหล็กแข็งกระด้าง เอาเงินง้างอ่อนตามความประสงค์” หรือ “อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก  แม้ถอยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา  เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ” หรือ “อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย  แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย  เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ” เป็นต้น

            นิราศเมืองเพชร  เป็นคำกลอนนิราศที่มีอรรถรสไพเราะ และมีคุณค่าในเชิงเนื้อหาสาระอีกเรื่องหนึ่ง  นิราศนี้ท่านได้แต่งเมื่อเดินทางไปเพชรบุรี ในเนื้อเรื่องบอกว่าท่านรับอาสาไปหาสิ่งของไปถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ไม่บอกว่าเป็นสิ่งใด  โดยได้ล่องเรือจากหน้าวัดผ่านบางหลวง บางหว้า บางบอนออกแม่น้ำกลองจนถึงเพชรบุรี แวะไปไหว้พระนอนเขาวัง กับหนูนิล หนูพัดผู้บุตรได้เปลื้องแพรเพลาะห่มถวายพระพุทธไสยาส์   วรรณกรรมเรื่องนี้กล่าวกันว่ามีความไพเราะและยังแทรกคติธรรมอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านอีกด้วย เช่น   ”ถึงบางบอนบอนที่นี่มีแต่ชื่อ    เขาเลื่องลือบอนข้างบางยี่ขัน  อันบอนต้นบอนน้ำตาลย่อมหวานมัน  แต่ปากคันแก้ไขมิใคร่ฟังฯ”  หรือ   “ถึงย่านซื่อสมชื่อด้วยซื่อสุด  ใจมนุษย์เหมือนกระนี้แล้วดีเหลือ” เป็นต้น

            พระอภัยมณี  เป็นนิทานคำกลอน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของท่าน มีความยาวถึง ๖๔ ตอนหรือ ๙๔ เล่มสมุดไทย ซึ่งนายเสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานมูลนิธิสุนทรภู่ได้เคยกล่าวไว้ว่า พระอภัยมณี ถือได้ว่าเป็นกวีนิพนธ์ที่ยาวที่สุดในโลก เพราะมีความยาวถึง ๑๒,๗๐๖ บทในขณะที่บทประพันธ์เรื่องอีเลียต  ( Iliad)) และโอเดดซี (Odyssey)ของฝรั่งที่ว่ายาวที่สุด ยังมีเพียง ๑๒,๕๐๐ บทเท่านั้น  อีกทั้ง เนื้อหาในเรื่องยังเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงภูมิรู้อันไพศาลและจินตนาการอันล้ำยุคล้ำสมัยของท่าน  ซึ่งอันที่จริงเรื่อง”พระอภัยมณี”เพียงเรื่องเดียว ก็ได้แสดงให้เราเห็นถึงอัจฉริยภาพของท่านสุนทรภู่ในหลายๆด้านแล้ว  จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้เวลาจะผ่านเลยมาร่วม ๒๐๐ ปีจนปัจจุบัน  ผลงานวรรณกรรมของท่านก็ยังเป็นที่สนใจ  และมีผู้ศึกษา ค้นคว้านำมาเผยแพร่อยู่เสมอในรูปแบบต่างๆอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นละครเวที  หุ่นละครเล็ก หุ่นกระบอก   ภาพยนตร์  หนังสือ   หรือหนังการ์ตูน   เป็นต้น  สมดังที่ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์”  กวีของไทยที่เราควรภาคภูมิใจ 

 

อมรรัตน์ เทพกำปนาท

กลุ่มประชาสัมพันธ์  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  กระทรวงวัฒนธรรม

http://www.culture.go.th/2548/05/0518.htm


เรื่องที่ค้นพบใหม่เกี่ยวกับ “สุนทรภู่”

“สุนทรภู่” เป็นกวีของไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีผลงานนิพนธ์ไว้มากมาย จนได้รับการเรียกขานต่างๆ เช่น รัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กวีเอกของไทย บรมครูกลอนตลาดแห่งกรุงสยาม เป็นต้น ซึ่งชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นการยกย่องในความเป็นเลิศและความสามารถในกวีนิพนธ์ของท่านทั้งสิ้น

ผลงานของท่านมีทั้งประเภทนิราศ นิทาน สุภาษิต เสภา บทละครและบทเห่กล่อม และด้วยผลงานเหล่านี้นี่เองที่ทำให้องค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ท่านเป็น บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก ในวาระครบรอบ ๒๐๐ปีเกิดของท่านเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ ที่ผ่านมา ซึ่งถือได้ว่าท่านเป็นสามัญชนคนแรกของไทยที่ได้รับเกียรตินี้

ชีวประวัติและผลงานเดิมของท่านได้รับการเผยแพร่จนเป็นทราบกันโดยทั่วไป อย่างไรก็ดี จากการศึกษาค้นคว้าชีวิตและผลงานของสุนทรภู่มาเป็นเวลานานถึง ๓๘ ปี (พ.ศ.๒๔๙๕-๒๕๓๓ )ปรากฏว่านายเทพ สุนทรศารทูล ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมท่านหนึ่ง ได้นำเสนอ “ชีวประวัติของพระสุนทรโวหาร (ภู่ ภู่เรือหงส์)” เมื่อปีพ.ศ.๒๕๓๓ ที่ผ่านมา อันเป็นวิทยานิพนธ์โดยพิสดารเผยแพร่ประวัติของท่านสุนทรภู่ที่เพิ่งพบใหม่หลายประการ ซึ่งหากใครสนใจในรายละเอียดก็ไปค้นอ่านได้

แต่ในโอกาส “วันสุนทรภู่” ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๘ อันเป็นวันครบรอบ ๒๑๙ ปีเกิด ที่จะถึงนี้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมจะคัดลอกบางเรื่องมาบอกกล่าวเพื่อเป็นความรู้และประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องราวของท่านสุนทรภู่ต่อไป ดังนี้

ตำแหน่งของสุนทรภู่ เป็น หลวงสุนทรโวหาร มิใช่ ขุนสุนทรโวหารตามที่เคยว่ากัน เพราะในทำเนียบนามบรรดาศักดิ์ไม่มีตำแหน่ง ขุน มีแต่ หลวง

บิดาสุนทรภู่ชื่อ ขุนศรีสังหาญ (พลับ) ตำแหน่งปลัดกรมขวาศักดินา ๓๐๐ไร่

จากการค้นคว้าได้พบว่า บทกวีเดิมที่มิใช่สุนทรภู่แต่งมี ๕ เรื่อง แต่เป็นผลงานของศิษย์ของท่าน คือ สุภาษิตสอนหญิง เป็นของนายภู่ จุลละภมร นิราศพระแท่นดงรัง เป็นของเสมียนมี มีระเสน นิราศวัดเจ้าฟ้า ของนายพัด ภู่เรือหงส์ (ลูกชายสุนทรภู่) นิราศอิเหนา ของกรมหลวงภูวเนตรนรินทร์ฤทธิ์ และบทละครเรื่องพระอภัยนุราช เป็นของพระยาเสนาภูเบศร์ (ใส สโรบล) นอกจากนี้นายเทพ ยังพบผลงานใหม่ของท่านสุนทรภู่อีก ๕ เรื่องคือ เพลงยาวรำพรรณพิลาป(แต่งถวายกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ซึ่งกล่าวว่าเป็นเพลงยาวสังวาสที่ยาวที่สุดในโลก-เพลงยาวสังวาสคือเพลงยาวที่แต่งเกี้ยวกัน) เพลงยาวสุภาษิตโลกนิติ ตำรายาอัฐกาล(ตำราบอกฤกษ์ยามเดินทาง) สุบินนิมิตคำกลอน และตำราเศษนารี(เป็นตำราบอกลักษณะนารีถึงคุณลักษณะ และวาสนานารีสำหรับชายหนุ่มเลือกคู่)

ที่กล่าวว่าสุภาษิตสอนหญิงมิใช่สุนทรภู่แต่ง แต่เป็นของนายภู่ จุลละภมร ศิษย์สุนทรภู่นั้น นายเทพให้ข้อสังเกตว่าเพราะชื่อภู่เหมือนกัน แต่เรื่องที่นายภู่แต่งจะมีบทไหว้ครูทุกเรื่อง ผิดกับท่านสุนทรภู่ที่แต่งกลอนจะไม่เคยมีบทไหว้ครูเลย


เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยสวรรคต พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ สุนทรภู่กลัวภัยที่เคยได้ล่วงเกินพระองค์มาก่อน จึงได้หนีไปบวชที่วัดอรุณฯ ในนามหลวงสุนทรโวหารนอกราชการ ไม่เคยถูกถอดยศหรือปลดตำแหน่งใดเลย

และตลอดระยะเวลาที่บวชอยู่ ๒๗ พรรษา รัชกาลที่ ๓ ก็ไม่เคยแตะต้องข้องแวะกับสุนทรภู่ นอกจากนี้พระองค์เจ้าลักขณานุคุณและกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระโอรสธิดาในรัชกาลที่ ๓ ยังให้ความอุปการะแก่สุนทรภู่ด้วยซ้ำ ซึ่งหากพระองค์ถือโทษโกรธเคืองสุนทรภู่ ดังที่หลายคนอ่านบทกลอนของสุนทรภู่แล้วเข้าใจผิด ในฐานะพระเจ้าแผ่นดิน สุนทรภู่คงจะไม่พ้นพระราชอาญาแล้ว แต่พระองค์ทรงพระคุณธรรมประเสริฐยิ่ง จึงไม่เคยลงโทษสุนทรภู่แต่อย่างใดเลย

นอกจากนี้ นายล้อม เพ็งแก้ว นักวิชาการแห่งเมืองเพชรบุรีก็เคยเสนอบทความเรื่อง สุนทรภู่ : บรรพชนเป็น“พราหมณ์เมืองเพชร” โดยศึกษาจากนิราศเมืองเพชรฉบับตัวเขียน อันถือว่าเป็นข้อมูลใหม่ และยังไม่มีข้อยุติ เพราะแต่เดิมมีการสันนิษฐานว่า สุนทรภู่น่าจะเป็นชาวเมืองแกลง จังหวัดระยองทางเชื้อสายพ่อ

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม จากชีวประวัติของสุนทรภู่ หากจะเว้นในเรื่องเมาสุรา ซึ่งถือว่าเป็นข้อบกพร่องธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนแล้ว เราจะพบว่าผลงานกวีนิพนธ์ของท่านนั้นมีความโดดเด่น มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ข้อวิเศษของท่านที่ต่างจากกวีอื่นคือ กระบวนกลอนและสำนวนกลอนอย่างปากตลาดที่หาผู้ใดเสมือนได้ยาก ท่านนับเป็นกวีคนแรกที่ตั้งแบบกลอนสุภาพขึ้น จนผู้อื่นนำไปเป็นแบบอย่างและแต่งกันแพร่หลายมาจนทุกวันนี้ ท่านเป็นผู้ริเริ่มเล่นสัมผัสใน ทำให้กลอนสุภาพมีความไพเราะเพราะพริ้งมากขึ้น และถือเป็นแบบอย่างต่อมาจนปัจจุบัน

กวีนิพนธ์ของสุนทรภู่ นอกจากจะมีความไพเราะแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีในสมัยก่อนได้ดี โดยเฉพาะการสอดแทรกสุภาษิตคำคมทั้งทางโลกและทางธรรม อันเป็นข้อคิดและคติสอนใจแก่ผู้อ่านที่เป็นสัจธรรมและยังร่วมสมัยอยู่เสมอ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างมาเป็นบางเรื่อง ดังนี้

เพลงยาวถวายโอวาท สุนทรภู่แต่งถวายสมเด็จเจ้าฟ้ามหามาลาและเจ้าฟ้าอาภรณ์ เป็นสุภาษิตสอนใจ ซึ่งเป็นที่จดจำและมีผู้นำไปกล่าวอ้างกันอยู่เสมอด้วยว่ามีคติสอนใจที่ดี เช่น “คำโบราณท่านว่าเหล็กแข็งกระด้าง เอาเงินง้างอ่อนตามความประสงค์” หรือ “อันข้าไทได้พึ่งเขาจึงรัก แม้ถอยศักดิ์สิ้นอำนาจวาสนา เขาหน่ายหนีมิได้อยู่คู่ชีวา แต่วิชาช่วยกายจนวายปราณ” หรือ “อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนจะแคลนคลาย เจ็บจนตายนั้นเพราะเหน็บให้เจ็บใจ” เป็นต้น

นิราศเมืองเพชร เป็นคำกลอนนิราศที่มีอรรถรสไพเราะ และมีคุณค่าในเชิงเนื้อหาสาระอีกเรื่องหนึ่ง นิราศนี้ท่านได้แต่งเมื่อเดินทางไปเพชรบุรี ในเนื้อเรื่องบอกว่าท่านรับอาสาไปหาสิ่งของไปถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ไม่บอกว่าเป็นสิ่งใด โดยได้ล่องเรือจากหน้าวัดผ่านบางหลวง บางหว้า บางบอนออกแม่น้ำกลองจนถึงเพชรบุรี แวะไปไหว้พระนอนเขาวัง กับหนูนิล หนูพัดผู้บุตรได้เปลื้องแพรเพลาะห่มถวายพระพุทธไสยาส์ วรรณกรรมเรื่องนี้กล่าวกันว่ามีความไพเราะและยังแทรกคติธรรมอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านอีกด้วย เช่น ”ถึงบางบอนบอนที่นี่มีแต่ชื่อ เขาเลื่องลือบอนข้างบางยี่ขัน อันบอนต้นบอนน้ำตาลย่อมหวานมัน แต่ปากคันแก้ไขมิใคร่ฟังฯ” หรือ “ถึงย่านซื่อสมชื่อด้วยซื่อสุด ใจมนุษย์เหมือนกระนี้แล้วดีเหลือ” เป็นต้น

พระอภัยมณี เป็นนิทานคำกลอน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของท่าน มีความยาวถึง ๖๔ ตอนหรือ ๙๔ เล่มสมุดไทย ซึ่งนายเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานมูลนิธิสุนทรภู่ได้เคยกล่าวไว้ว่า พระอภัยมณี ถือได้ว่าเป็นกวีนิพนธ์ที่ยาวที่สุดในโลก เพราะมีความยาวถึง ๑๒,๗๐๖ บทในขณะที่บทประพันธ์เรื่องอีเลียต ( Iliad)) และโอเดดซี (Odyssey)ของฝรั่งที่ว่ายาวที่สุด ยังมีเพียง ๑๒,๕๐๐ บทเท่านั้น

อีกทั้ง เนื้อหาในเรื่องยังเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงภูมิรู้อันไพศาลและจินตนาการอันล้ำยุคล้ำสมัยของท่าน ซึ่งอันที่จริงเรื่อง”พระอภัยมณี”เพียงเรื่องเดียว ก็ได้แสดงให้เราเห็นถึงอัจฉริยภาพของท่านสุนทรภู่ในหลายๆด้านแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้เวลาจะผ่านเลยมาร่วม ๒๐๐ ปีจนปัจจุบัน

ผลงานวรรณกรรมของท่านก็ยังเป็นที่สนใจ และมีผู้ศึกษา ค้นคว้านำมาเผยแพร่อยู่เสมอในรูปแบบต่างๆอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นละครเวที หุ่นละครเล็ก หุ่นกระบอก ภาพยนตร์ หนังสือ หรือหนังการ์ตูน เป็นต้น สมดังที่ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น “กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” กวีของไทยที่เราควรภาคภูมิใจ

เรามีภาพเกมส์ให้น้องๆ ได้ปริ๊นไปเก็บไว้เล่นกันในหมู่เพื่อนๆ ด้วยนะคะ คลิกที่ภาพได้เลยค่ะ

อมรรัตน์ เทพกำปนาท
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

http://talk.sanook.com/knowledge/knowledge_02159.php


- -

 

ไอพีผู้เข้าชมขณะนี้ online : 21 คน

                
ข่าวด่วน เช้าวันที่ 21/11/2008

Copy rights © rayongzone.com ?