ชีวประวัติ

านวันสุนทรภู่ 26 มิ.ย.

ห้องภาพสุนทรภู่

ตามรอยมหากวี1

ตามรอยมหากวี2

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ร่วมบันทึกสดุดี
ผลงานนิราศ

ผลงานนิทาน

ผลงานสุภาษิต ผลงานบทละคร ผลงานบทเสภา ผลงานบทเห่กล่อม

แผนที่อนุสาวรีย์สุนทรภู่

สอนให้เคารพสามีเหมือนพ่อ

              เจ้าโฉมงามทรามวัยของแม่เอ๋ย

อย่าลืมเลยจงจำคำแม่สอน

ภัสดาอุปมาเหมือนบิดร

จงโอนอ่อนฝากองค์พระทรงฤทธิ์

(โคบุตร ของสุนทรภู่)

 > กลับหน้าแรก สุนทรภู่
๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๘ วันสุนทรภู่  วันครบรอบ ๒๑๙ ปีเกิด กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

๒๖ มิถุนาย ๒๕๔๘ วันสุนทรภู่
วันครบรอบ ๒๑๙ ปีเกิด กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

    “สุนทรภู่”  เป็นรัตนกวีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น  ที่มีมีผลงานนิพนธ์ไว้มากมาย  ผลงานของท่าน
มีทั้งประเภทนิราศ นิทาน สุภาษิต  เสภา และบทเห่กล่อม   ซึ่งผลงานเหล่านี้นี่เองที่ทำให้องค์การยูเนสโกได้
ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ท่านเป็น บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก ในวาระครบรอบ ๒๐๐ปีเกิดของท่านเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๒๙  ซึ่งถือได้ว่าท่านเป็นสามัญชนคนแรกของไทยที่ได้รับ
เกียรตินี้

สุนทรภู่เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๓๒๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ตามสันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง หรือบริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน  บิดาชื่อ ขุนศรีสังหาญ(ตามที่นายเทพ สุนทรศารทูลได้ค้นพบ) เมื่อบิดามารดาเลิกร้างกัน  บิดาได้ออกบวชและไปอยู่ที่วัดป่า  ตำบลบ้านกร่ำ    อำเภอแกลง จังหวัดระยอง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดานั้นได้กลับไปเป็นข้าหลวงในพระราชวังหลัง และได้ถวายตัวเป็นแม่นมพระธิดาในกรมพระราชวังหลัง(กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข)   ดังนั้น ในปฐมวัยสุนทรภู่จึงได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระราชวังหลังและอาศัยอยู่กับมารดา  และได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักการแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น  ครั้นรุ่นหนุ่มก็ไปเป็นครูสอนหนังสืออยู่วัดศรีสุดาราม ในคลองบางกอกน้อย ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานไว้เมื่อราวอายุ ๒๐ ปี ในระยะนี้ได้ลอบรักกับหญิงชาววังชื่อ “จัน” จึงต้องเวรจำทั้งชายหญิง  เมื่อกรมพระราชวังหลังทิวงคต จึงพ้นโทษ ต่อมาเมื่ออยู่กินเป็นสามีภรรยากับนางจันได้ไม่นานก็เกิดระหองระแหง คงเป็นเพราะสุนทรภู่มักเมาสุราอยู่เป็นนิตย์

ในสมัยรัชกาลที่ ๒  สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์   และเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยมาก เป็นกวีที่ปรึกษา และคอยรับใช้ใกล้ชิด  และในระหว่างนี้ก็ได้ภรรยาอีกคนหนึ่งชื่อ “นิ่ม” ต่อมาราวปี พ.. ๒๓๖๔  สุนทรภู่ต้องติดคุกเพราะเมาสุราอาละวาดทำร้ายญาติผู้ใหญ่ของตัว  แต่ติดไม่นานก็พ้นโทษ  เพราะความสามารถในทางกลอน กล่าวคือเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องหนึ่งติดขัด ไม่มีผู้ใดจะต่อให้พอพระราชหฤทัยได้  จึงมีรับสั่งให้เบิกตัวสุนทรภู
มาจากคุก และสุนทรภู่ก็สามารถต่อกลอนได้ดังพระราชประสงค์  จึงโปรดเกล้าฯให้พ้นโทษ กลับมารับราชการตามเดิม    และในปลายรัชกาลยังโปรดให้เป็นครูสอนหนังสือถวายพระเจ้าลูกยาเธอ  เจ้าฟ้าอาภรณ์

 

 

สมัยรัชกาลที่ ๓ สุนทรภู่ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องเสพสุราและอื่นๆ จึงถูกถอดออกจากตำแหน่ง  ต่อมาจึงไปบวชที่วัดราชบูรณะ(วัดเลียบ) และเดินทางไปจำพรรษาตามวัดต่างๆ และได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณจนพระองค์ประชวรสิ้นพระชนม์ ระหว่างนี้ได้ลากสิกขาบท  รวมอายุพรรษาที่บวชประมาณ ๑๐ พรรษา  ครั้นต่อมาต้องตกระกำลำบากอยู่พักหนึ่ง จึงไปบวชอีกครั้ง แต่บวชราว ๒ พรรษาก็ลาสิกขาบทมาถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์  ณ  พระราชวังเดิม รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ  ซึ่งเป็นพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวอีกด้วย

            เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ครองราชย์  ทรงสถาปนาเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์เป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่วังหน้า(พระบวรราชวัง) สุนทรภู่จึงได้รับบรรดาศักดิ์เป็นที่ พระสุนทรโวหาร  ตำแหน่งเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระบวรราชวังในปี พ..๒๓๙๔  ขณะนั้นอายุ ๖๖ ปี และรับราชการต่อมาอีก ๔ ปีก็ถึงแก่มรณกรรมในพ.. ๒๓๙๘  รวมสิริอายุได้ ๗๐ ปี  ผลงานของสุนทรภู่มีอยู่มากมายและหลากหลายตามที่กล่าวมาแล้ว     ซึ่งเท่าที่ปรากฏเรื่องและยังมีฉบับอยู่ในปัจจุบัน คือ

 

            ประเภทนิราศ  ได้แก่ นิราศภูเขาทอง  นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศพระประธม  นิราศเมืองเพชร  และนิราศเมืองสุพรรณ (เป็นเรื่องเดียวที่แต่งเป็นโคลง  เพื่อลบคำสบประมาทที่ว่าท่านเก่งแต่แต่งกลอนเท่านั้น) ประเภทนิทาน ได้แก่ เรื่องโคบุตร  พระอภัยมณี  พระไชยสุริยา ลักษณวงศ์และสิงหไกรภพ  ประเภทสุภาษิต ได้แก่ สวัสดิรักษา  เพลงยาวถวายโอวาท ประเภทเสภา ได้แก่ เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิด
พลาย
งาม และเรื่องพระราชพงศาวดาร  ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นงานนิพนธ์ชิ้นสุดท้ายของสุนทรภู่ ประเภทบทเห่กล่อม  ได้แก่ เห่เรื่องจับระบำ   เรื่องกากี เ รื่องพระอภัยมณี  และเรื่องโคบุตร

             ในโอกาส  ครบรอบ ๒๑๙ ปีเกิดของท่าน ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน๒๕๔๘ อันเป็น”วันสุนทรภู่”สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนให้น้อมรำลึก
ถึงท่านด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นการประชุม สัมมนา นิทรรศการ หรือการประกวดแข่งขันเกี่ยวกับ
ผลงานของท่าน เพื่อให้ประชาชน และเยาวชนได้รับทราบ และเรียนรู้การใช้ภาษาไทยที่มีความไพเราะ  
และมีคติสอนใจ ที่สำคัญคือ ได้เกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของกวีไทยในฐานะ
“กวีของประชาชน และหนึ่งในกวีเอกของโลก”

 

 

..............................................

อมรรัตน์ เทพกำปนาท

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สวช
.
กระทรวงวัฒนธรรม

ขอขอบคุณ http://www.culture.go.th/2548/07/0701.htm


- -

 

ไอพีผู้เข้าชมขณะนี้ online : 25 คน

                
ข่าวด่วน เช้าวันที่ 21/11/2008

Copy rights © rayongzone.com ?